การคิดคะแนน : งานวัสดุ (10%), การเชื่อมต่อ (10%), Typing (20%), โปรแกรม (25%), Performance (30%), Bonus (5%)

งานวัสดุ

ให้คะแนนคุณภาพงานประกอบและวัสดุ หากเป็นเคสอะลูมิเนียมจะได้คะแนนสูงกว่าเคสพลาสติก ดูว่าน้ำหนักเหมาะสมกับไซซ์และวัสดุที่ใช้แค่ไหน หากหนักเกินไปก็อาจถูกลดคะแนนลงได้ นอกจากนี้วัสดุคีย์แคปและเทคนิคการพิมพ์ฟอนต์ที่ดีก็ เช่น PBT Double-Shot จะได้คะแนนรีวิวสูงกว่า ABS Dye-Sub

  • Build Quality (30%)
  • ชนิดวัสดุ (30%)
  • น้ำหนัก (15%)
  • Keycap (25%)

การเชื่อมต่อ

หากรองรับการเชื่อมต่อครบ Tri-Mode จะได้คะแนนสูงกว่าแบบเสียบสายเพียงอย่างเดียว รวมถึงค่า Polling Rate หากสูงถึง 8000 Hz ก็จะได้คะแนนสูงกว่า 1000 Hz

  • โหมดที่รองรับ (30%)
  • Polling Rate (30%)
  • Delay (40%)

Typing

ประเมินฟีลลิ่งการพิมพ์ หากม็อดโฟมมาแน่นหนาไม่มีเสียงก้องจะได้คะแนนสูงกว่า

  • Switch Feeling (30%)
  • ม็อดโฟมหรือไม่ (20%)
  • เสียงก้องหรือไม่ (30%)
  • Stab Balance (20%)

โปรแกรม

โปรแกรมที่ใช้งานง่าย รองรับหลายแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะถ้าเป็น Web-Based จะได้คะแนนสูงกว่า และหากมีฟีเจอร์พิเศษที่หาได้ยาก เช่น Controller Mode จะมีคะแนนพิเศษ

  • UI ใช้งานง่าย (30%)
  • OS ที่รองรับ (10%)
  • ประสิทธิภาพ (30%)
  • ติดตั้ง หรือ Web-Based (20%)
  • ฟีเจอร์พิเศษ (10%)

Performance

สิ่งสำคัญสุดของคีย์บอร์ด Hall Effect คือ Performance ในการเล่นเกม สวิตช์ไม่ควรมีอาการหลอน หรือโดนสัญญาณรบกวนง่าย และหากไม่มีหรือมี Dead Zone แฝงต่ำจะได้คะแนนสูง

  • Hot-Swap (10%)
  • Wobble (15%)
  • AP/RT (25%)
  • อาการหลอน (30%)
  • Dead Zone (20%)

Bonus

คะแนนโบนัสสำหรับจุดเด่นพิเศษ เช่น มีของแต่งของแถมเยอะ

  • คะแนนพิเศษสูงสุด 5 ข้อ